ลดหย่อนภาษีด้วยการซื้อกองทุนที่รัฐกำหนด

มนุษย์ไม่สามารถทำงานได้ตั้งแต่เกิดจนตาย รัฐจึงมีส่วนช่วยเข้ามาจัดการดูแลสวัสดิการในยามแก่ชรา ผู้ที่ไม่มีบุตรหลานคอยเลี้ยงดูหรือขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพก็ถือเป็นรายจ่ายที่รัฐต้องรับผิดชอบ ดังนั้นรัฐจึงมีส่วนร่วมในกองทุนที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนในวัยชราสามารถดูแลตนเองจะได้ไม่เป็นภาระของรัฐ ซึ่งกองทุนเหล่านี้ประกอบด้วย ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RTF), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน
ค่าลดหย่อนจากการซื้อกองทุนเหล่านี้สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของอัตราเงินได้ในปีภาษีและจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท ในปีที่ซื้อกองทุนรวมเป็นจำนวนมาก โดยพิจารณาจากค่าลดหย่อนส่วนไหนน้อยกว่าให้เลือกส่วนนั้น
กองทุนที่ได้กล่าวไปดังข้างต้นอยู่ในลักษณะของการลงทุนที่เป็นอิสระแยกจากกันในแต่ละปี ยกเว้นกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ RTF ที่มีข้อบังคับให้ต้องถือกองทุนตั้งแต่การซื้อครั้งแรกเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปี และจะขายกองทุนเหล่านั้นได้ก็ต่อเมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ถ้าหากขายกองทุน RTF โดยผิดเงื่อนไขเรื่องอายุกองทุนและอายุเจ้าของกองทุน ต้องกลับไปคำนวณภาษีในปีก่อน ๆ ที่ใช้สิทธิ์การลดหย่อนภาษีจากกองทุน RTF ใหม่พร้อมกับจ่ายดอกเบี้ยภาษี
มีคนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่าค่าลดหย่อนภาษีจะแยกกันในแต่ละกองทุน ซึ่งความจริงให้อ้างอิงจากกฎ 15% ตามเงินได้ที่ต้องเสีย หรือไม่เกิน 500,000 บาทเมื่อรวมค่าใช้จ่ายที่ใช้ซื้อกองทุน ทุกกองทุนแล้ว

Leave a Comment